
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาล แต่กระนั้น เขาก็ยังคงดำรงชีวิตอย่างสมถะ ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแม้แต่น้อย วันหนึ่ง โสณกะพราหมณ์ได้เดินทางไปยังป่าแห่งหนึ่งเพื่อแสวงหาว่านยาบางชนิดที่เขาต้องการ เขาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งพบกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีผลสีแดงสดคล้ายผลมะพลับกำลังออกผลสะพรั่ง โสณกะพราหมณ์ไม่เคยเห็นผลไม้เช่นนี้มาก่อน ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เขาจึงลองเด็ดผลไม้มาหนึ่งผลเพื่อจะลองชิม
ทันทีที่ผลไม้นั้นเข้าปาก รสชาติอันหอมหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากของเขา มันเป็นรสชาติที่ประเสริฐยิ่งนัก โสณกะพราหมณ์รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงเก็บผลไม้ที่เหลืออยู่ทั้งหมดใส่ย่าม และรีบเดินทางกลับบ้านเพื่อนำผลไม้นี้ไปถวายแก่พระราชาแห่งแคว้นมคธ
เมื่อกลับถึงพระราชวัง โสณกะพราหมณ์ได้เข้าเฝ้าพระราชา และถวายผลไม้นั้นแด่พระองค์ พระราชาทรงทอดพระเนตรเห็นผลไม้สีแดงสดนั้นก็ทรงโปรดปราน จึงรับสั่งให้เสนาบดีนำไปให้พระมเหสีลองเสวย
พระมเหสีทรงเสวยผลไม้นั้นแล้ว ก็ทรงมีพระครรภ์ขึ้นมาทันที ผ่านไปไม่นาน พระมเหสีก็ประสูติพระโอรสที่มีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก พระโอรสนั้นมีพระนามว่า อังคารกุมาร
กาลเวลาผ่านไป อังคารกุมารทรงเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มน้อยที่มีรูปงามสง่า พระองค์ทรงมีความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง และมีความสามารถในการปกครองยิ่งนัก เมื่อพระราชาทรงมีพระชนมายุมากขึ้น พระองค์ก็ทรงสละราชสมบัติให้อังคารกุมารขึ้นครองราชย์แทน
อังคารกุมารทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า อัคคิเวสสนะ เข้ามาในราชสำนัก เขาเป็นพราหมณ์ที่อาฆาตแค้นพระราชาองค์ก่อน (พระบิดาของอังคารกุมาร) มาตั้งแต่ครั้งโบราณ
อัคคิเวสสนะพราหมณ์มีความคิดจะแก้แค้น จึงวางแผนชั่วร้าย เขาเข้าไปในห้องเครื่องของพระราชา และได้พบกับผลไม้สีแดงสดชนิดเดียวกับที่โสณกะพราหมณ์เคยถวายแด่พระราชาเมื่อครั้งอดีต
อัคคิเวสสนะพราหมณ์จึงได้ลอบนำผลไม้นั้นไปปรุงยาพิษ แล้วนำไปวางไว้ในห้องบรรทมของพระราชา
เมื่ออังคารกุมารเสด็จขึ้นบรรทม พระองค์ทรงกระหายน้ำ จึงหยิบผลไม้นั้นขึ้นมารับประทาน โดยไม่ทรงระแวงสงสัย
เมื่อเสวยผลไม้นั้นเข้าไปแล้ว อังคารกุมารก็ทรงสิ้นพระชนม์ทันที
เหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารเมื่อทราบข่าว ก็ตกใจสุดขีด พวกเขาต่างพากันสืบหาสาเหตุของการสิ้นพระชนม์ และในที่สุดก็พบว่าอัคคิเวสสนะพราหมณ์เป็นผู้วางยาพิษ
ด้วยความโกรธแค้น เหล่าเสนาบดีจึงจับตัวอัคคิเวสสนะพราหมณ์มาลงโทษ แต่ขณะที่กำลังจะประหารชีวิตอัคคิเวสสนะพราหมณ์ ก็มีเสียงประกาศก้องจากสวรรค์ว่า “อย่าเพิ่งประหารเขา! จงฟังข้า!”
เหล่ามนุษย์ต่างพากันตกตะลึงกับเสียงนั้น พวกเขาจึงหยุดการประหารชีวิตไว้ก่อน
เสียงจากสวรรค์กล่าวต่อไปว่า “อัคคิเวสสนะพราหมณ์ การที่เจ้าได้กระทำกรรมชั่วเช่นนี้ ย่อมต้องรับผลของกรรมนั้น แต่การที่เจ้าได้ปลูกต้นไม้นี้ไว้ในอดีตชาติ เจ้าก็ได้บำเพ็ญกุศลไว้ด้วยเช่นกัน”
เสียงนั้นได้อธิบายถึงอดีตชาติของอังคารกุมาร และอัคคิเวสสนะพราหมณ์ ว่าในอดีตชาติเมื่อหลายกัปป์ก่อน ทั้งสองเคยเกิดเป็นสหายกัน พราหมณ์ผู้นั้นได้ปลูกต้นไม้แห่งผลไม้นี้ขึ้นมา และได้อธิษฐานให้ผลไม้นี้เป็นยาวิเศษ
ต่อมา อังคารกุมาร (ในชาติก่อน) ได้มีโอกาสได้เสวยผลไม้นั้น และได้มีโอกาสได้ช่วยชีวิตผู้คนมากมายด้วยผลไม้นี้
ด้วยเหตุนี้เอง ผลไม้ที่อัคคิเวสสนะพราหมณ์นำมาวางยาพิษ จึงเป็นผลไม้ชนิดเดียวกันกับที่เคยช่วยชีวิตผู้คนมากมายในอดีต
เสียงจากสวรรค์กล่าวต่อว่า “อัคคิเวสสนะพราหมณ์ เจ้าได้สร้างกรรมชั่ว แต่เจ้าก็ได้สร้างกรรมดีด้วยเช่นกัน ผลแห่งกรรมดีของเจ้า คือเจ้าจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคตกาล”
เมื่อได้ฟังดังนั้น อัคคิเวสสนะพราหมณ์ก็บังเกิดความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาสํานึกผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไป และขอขมาต่อพระราชา
พระราชาทรงให้อภัยแก่พราหมณ์ และทรงอนุญาตให้เขาไปบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุพระนิพพาน
ส่วนเหล่าเสนาบดี เมื่อทราบความจริงทั้งหมด ก็เข้าใจถึงกฎแห่งกรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พวกเขาจึงยอมรับชะตากรรม และต่างพากันเลิกคิดที่จะแก้แค้น
— In-Article Ad —
กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตา, ขันติ (โดยพระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ)
— Ad Space (728x90) —
539มหานิบาตมหาปิงคลชาดก: ผู้เฒ่าผู้ประเสริฐณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ สมัยหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงเป็นกษัตริย์ปกคร...
💡 ความเมตตาที่แท้จริงนั้น ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และการพิจารณาคุณธรรมอย่างถ่องแท้ จะนำพามาซึ่งผู้ปกครองที่ดียิ่ง
81เอกนิบาตสักกปัญหชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงราชคฤห์อันรุ่งเรือง แคว้นมคธ มีเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้น เป็...
💡 ความสุขและความทุกข์ล้วนเกิดจากจิตใจของตนเอง การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์ การละวางซึ่งตัณหา และการดำเนินชีวิตตามอริยมรรคมีองค์ 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์โดยแท้
179ทุกนิบาตกุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา) ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตว...
💡 การทำกรรมดีย่อมนำมาซึ่งผลดี การทำกรรมชั่วย่อมนำมาซึ่งผลชั่ว การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้ในสถานะที่ต่ำต้อยเพียงใด หากตั้งมั่นในความดีและระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ก็ย่อมสามารถพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้
178ทุกนิบาตสิริปปุราณชาดก (เรื่องลิง) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์เจ้าของเราได...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความโลภและความประมาทอาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต ควรมีความรอบคอบในการกระทำ และใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ การมีเมตตาธรรมและรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
43เอกนิบาตมหาสีลพชาดก ณ เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงเหต...
💡 ศีลเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นพื้นฐานของการทำความดีทั้งปวง ผู้มีศีลย่อมเป็นที่รักของมวลมนุษย์และเทวดา
20เอกนิบาตอัมพชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารอันงอกงาม ท่ามกลางป่าอันเขียวชอุ่ม มีต้น...
💡 การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน
— Multiplex Ad —